1.โรคความดันโลหิตสูง
หนึ่งในโรคที่พบได้มากี่สุดในผู้สูงอายุ ปัจจัยที่ก่อให้เกิดโรคความดันโลหิตสูงคือ การรับประทานอาหารเค็มเป็นประจำ ไม่ค่อยขยับร่างกายหรือออกกำลังกาย และมีน้ำหนักตัวเกินเกณฑ์ วิธีการลดความเสี่ยงในการเป็นโรคความดันโลหิตสูง ได้แก่ การรับประทานผักให้มากขึ้น ลดอาหารเค็ม อาหารแปรรูป ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม งดบุหรี่และแอลกอฮอล์ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เป็นต้น
2.เบาหวาน
อีกหนึ่งโรคที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุเช่นกัน ปัจจัยหลักๆ ที่ทำให้เป็นโรคเบาหวาน คือ พฤติกรรมการใช้ชีวิต และพันธุกรรม วิธีการลดความเสี่ยงคือ ลดการบริโภคแป้งและน้ำตาล และลดการรับประทานจุบจิบระหว่างวัน และหมั่นขยับร่างกายบ่อยๆ และออกกำลังอย่างสม่ำเสมออย่างน้อย 30 นาที สัปดาห์ละ 5 วัน หรือ 150 นาทีต่อสัปดาห์
3.โรคเข่าเสื่อมและกระดูกพรุน
โรคข้อเสื่อมมักเกิดกับผู้ที่มีน้ำหนักตัวมากและใช้งานร่างกายหนัก ส่วนโรคกระดูกพรุนมักเกิดกับผู้ที่น้ำหนักตัวน้อย ไม่ค่อยออกกำลังกาย และอาจมีพันธุกรรมโรคกระดูกพรุนหรือโรคประจำตัวบางโรคที่ทำให้เสี่ยงมากขึ้น
วิธีการป้องกันโรคข้อเสื่อมคือ ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และเลี่ยงการทำกิจกรรมที่เพิ่มความเสื่อมให้แก่ข้อ เช่น การนั่งยองๆ คุกเข่า ขัดสมาธิ พับเพียบ
ส่วนโรคกระดูกพรุนนั้น ป้องกันได้โดยการออกกำลังกายสม่ำเสมอ รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมและวิตามินดีสูงนั่นเอง
4.โรคสมองเสื่อม
ผู้สูงอายุ หรือผู้ดูแลควรหมั่นสังเกตอาการที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เช่น มีความจำระยะสั้นที่ถดถอยลง หลงทิศทาง ความสามารถในการจัดการหรือวางแผนถอยลง พฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไป มีปัญหาด้านการใช้ภาษา นึกคำศัพท์ที่ใช้เป็นประจำไม่ออกเป็นต้น วิธีป้องกันไม่ให้เกิดโรคสมองเสื่อมคือการให้ผู้สูงอายุได้บริหารสมอง และทำกิจกรรมต่างๆ ที่ตนเองถนัด รวมถึงการออกกำลังกาย การผ่อนคลายจิตใจทำให้อารมณ์แจ่มใส พักผ่อนให้เพียงพอ และรักษาโรคประจำตัวให้เหมาะสม
5.โรคซึมเศร้า
ผู้สูงอายุมักจะมีความวิตกกังวลง่าย เนื่องจากสุขภาพร่างกายที่ไม่แข็งแรงเหมือนเดิม อาจทำให้เสี่ยงต่อโรควิตกกังวลหรือซึมเศร้าได้ง่าย วิธีการสังเกตว่าผู้สูงอายุมีปัญหาเรื่องความวิตกกังวลหรือไม่ อาจสังเกตจากการนอนหลับ หากนอนไม่หลับ ตื่นบ่อยกลางดึก หรือนอนมากกว่าปกติ มีความหงุดหงิดฉุนเฉียวง่าย อารมณ์ไม่คงที่ เบื่ออาหาร หรือบางครั้งอาจมีอาการหลงลืมบ่อย แนะนำให้มาพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยอาการต่อไป
ขอขอบคุณบทความดีๆจาก
https://www.bangkokbiznews.com/health/well-being/1086355

_3.webp)